02/10/2018

ชีวิตดราม่าของชาวต่างชาติที่แอบทำงานและใช้ชีวิตในญี่ปุ่น ตอนที่ 1

เรื่องของชาวต่างชาติที่แอบทำงานและใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่น อ่านแล้วหวังว่าชาวไทยทุกท่านจะเกิดดวงตาเห็นธรรม ทั้งคนที่อยู่ในญี่ปุ่นแบบผิดกฎหมาย และคนที่มีวีซ่าถาวรแต่ชอบทำผิดกฎหมายเป็นประจำ 

สำนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่ง ได้รับจดหมายร้องเรียนเป็นจำนวนมาก จากผู้ต้องขังที่ถูกควบคุมตัวไว้ที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสาขาเมืองโอมุระ จังหวัดนางาซากิ เนื้อหาในจดหมายร้องเรียนว่า การควบคุมตัวพวกเขาไว้เป็นเวลานานทำให้พวกเขาต้องพลัดพรากจากครอบครัว เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของพวกเขา

ความจริงแล้วเรื่องนี้เราสามารถมองว่าพวกเขาทำตัวเองก็ได้ เพราะพวกเขาไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมายนั่นเอง แต่เมื่อหันไปมองในอีกมุมหนึ่งที่ว่าพวกเขาต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของแรงงานต่างชาติที่เข้ามาช่วยญี่ปุ่นทำงานทดแทนแรงงานที่กำลังขาดแคลนอย่างหนักก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ

ฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ( 2019 ) รัฐบาลมีแผนการที่จะปลดล็อคการห้ามรับแรงงานชาวต่างชาติในหลายๆสาขาเข้าทำงานอย่างเป็นทางการ แล้วอย่างนี้สถานการณ์การจ้างงานชาวต่างชาติจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างนะ

Image may contain: 1 person, sleeping

ในซองจดหมายที่เราได้รับมีรูปถ่ายของครอบครัวแนบมาด้วยมากมายหลายแผ่น พวกเขาบอกว่า คิดถึงครอบครัวมาก ความจริงแล้วผู้ต้องขังในศูนย์กักกันชาวต่างชาติเมืองโอมุระ ประมาณ 44 คนจาก 100 คนมีครอบครัวในญี่ปุ่น อย่างเช่น คุณ Lugia ชาวอูกันดาวัย 39 ปีก็เป็นหนึ่งในนั้น ตอนอยู่ประเทศอูกันดาเขาเคยเข้าร่วมกิจกรรมการต่อต้านรัฐบาล ในปี 2005 จากการช่วยเหลือของเพื่อนทำให้เขาสามารถเดินทางมายังญี่ปุ่นด้วยวีซ่าท่องเที่ยว

Image may contain: sky, text and outdoor

เขาแอบทำงานและใช้ชีวิตอย่างผิดกฎหมายอยู่ในญี่ปุ่นนานถึงสิบปี หลังจากนั้นเขาถูกจับกุมตัวในข้อหาพำนักอย่างผิดกฎหมายและถูกคำสั่งให้เนรเทศกลับประเทศ เขาปฏิเสธการกลับประเทศโดยให้เหตุผลว่า ถ้ากลับอูกันดาผมถูกฆ่าแน่นอน เพราะคนของรัฐบาลหมายหัวเขาไว้แล้ว ดังนั้นเมื่อคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนแล้ว นีวคังจึงปล่อยตัวเขาชั่วคราว หลังจากนั้นในปีที่ 11 เขาได้พบรักกับภรรยาชาวญี่ปุ่นที่เมืองมัตสึยามะ จังหวัดเอฮิเมะ

หลังจากแต่งงานได้ไม่นานภรรยาได้ให้กำเนิดลูกชายให้เขา แต่ตัวเขาก็ยังไม่มีวีซ่า อย่างถูกต้อง เดือนมิถุนายนปีที่แล้วตอนที่ลูกชายของเขาอายุครบหนึ่งขวบพอดี เขาต้องเข้ารายงานตัวต่อสถานกักกันอีกครั้งปรากฎว่า อายุของการปล่อยตัวชั่วคราวขาดไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงถูกควบคุมตัวไปกักขังไว้อีกครั้งต่อหน้าลูกเมีย

ภรรยาให้สัมภาษณ์กับเราว่า ลูเกียรักลูกชายของเขามาก ลูกชายเองก็รอเขากลับบ้านทุกวัน บางวันก็พยายามมองหาว่าพ่อซ่อนตัวอยู่ที่ใต้เตียงหรือเปล่า พอมองดูรูปถ่ายของครอบครัวแล้วเธอถึงกับน้ำตาไหล เราแค่อยากอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกสามคนเท่านั้นเอง เธอกล่าวทั้งน้ำตา

นิวคังบอกกับพวกเราว่า การกักกันระยะยาวหกเดือนมีเพิ่มขึ้นมากในขณะนี้ ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า กรณีของคุณลูเกียมีมากจริงๆเพราะเราไม่สามารถที่จะปล่อยตัวชั่วคราวได้อีกต่อไป นอกจากนั้นยังมีจำนวนถึง 64% ที่จะถูกกักกันไว้นานถึงหนึ่งปี

ชาวต่างชาติที่มีครอบครัวในญี่ปุ่นมีสิทธิ์ที่จะได้รับการออกวีซ่าให้เป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องเฝ้าระวังการแต่งงานแบบปลอมๆหรือการจ้างแต่งงานเพื่อเอาวีซ่าด้วย นอกจากนั้นคู่สมรสที่มีวีซ่าถาวรแต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ทำผิดกฎหมายอย่างซ้ำซากวนเวียนไปมาหลายครั้ง ในกรณีอย่างนีจะถูกเพิกถอนวีซ่าถาวรอย่างแน่นอนเลยล่ะครับ !!

การมีครอบครัวอยู่ในญี่ปุ่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้รับสิทธิพิเศษแต่อย่างใด ผู้ที่ทำผิดกฎหมายแบบนี้ ตามหลักการเบื้องต้นแล้วต้องถูกเนรเทศกลับประเทศ เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมกล่าวกับพวกเรา

https://www.nishinippon.co.jp/amp/nnp/anatoku/article/450676