แอบมองส่องญี่ปุ่น

เพลิดเพลินกับความสวยงามของบึงน้ำห้าสี “โกะชิกินุมะ”

บึงน้ำห้าสีโกะชิกินุมะ (Goshiki-numa Ponds) เป็นชื่อเรียกรวมของบึงที่อยู่บริเวณเดียวกันในแถบอุระบันได (Urabandai) ทางตอนเหนือของจังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima) ซึ่งน้ำในแต่ละบึงล้วนมีสีที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่สีน้ำเงินเข้ม สีฟ้าอมเขียว ไปจนถึงสีฟ้าอ่อน ให้ความรู้สึกน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก ชื่อ “บึงน้ำห้าสี โกะชิกินุมะ (Goshiki-numa Ponds)” นั้นไม่ได้หมายถึงบึง 5 แห่ง แต่หมายถึงสีสันของน้ำในบึงที่เห็นแตกต่างกันไปนั่นเองค่ะ และรอบๆ บริเวณโกะชิกินุมะยังมีเส้นทางเดินชมธรรมชาติยาว 3.6 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาเดินประมาณ 70 นาที เป็นเส้นทางที่ไม่ชันมากนัก สามารถเดินได้สบายๆ ค่ะ


ส่วนการเดินทางไปยังอุระบันได (Urabandai) หากเริ่มต้นที่สถานีโตเกียว (Tokyo Station) ขึ้นรถไฟโทโฮคุชินคันเซ็น (Tohoku Shinkansen) แล้วต่อรถไฟสาย JR บันเอ็ทสึ (JR Ban-etsu) ไปลงที่สถานีอินะวะชิโระ (Inawashiro Station) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นขึ้นรถบัสไปอีก 30 นาที ก็ถึงค่ะ


ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
http://www.tif.ne.jp/lang/en/sightseeing/detail.php…
พาสโดยสารรถไฟที่เกี่ยวข้อง: JR PASS และ JR EAST PASS (Tohoku area)
http://www.jreast.co.jp/e/eastpass_t/index.html
ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง:
https://goo.gl/maps/dxiaez1EjNG2

Read more...

ลูกสุนัขพันธุ์อากิตะ ของขวัญสำหรับ “อะลีนา ซากีโทวา”

ผู้คนทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ได้เผยโฉมลูกสุนัขพันธุ์อากิตะที่จะส่งไปเป็นของขวัญให้กับ อะลีนา ซากีโทวา นักกีฬาฟิกเกอร์สเก็ต เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก

กลุ่มนักอนุรักษ์สุนัขพันธุ์อากิตะ จัดแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม ณ เมืองโอดาเตะ จังหวัดอากิตะ โดยลูกสุนัขเพศเมียตัวนี้ มีขนสีน้ำตาลแดง เกิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ซากีโทวา ได้เลือกลูกสุนัขตัวนี้จากทั้งหมด 5 ตัว และบอกว่าจะเรียกชื่อลูกสุนัขตัวนี้ว่า “มาซารุ” เธอบอกว่าเธอตกหลุมรักสุนัขพันธุ์นี้ในระหว่างที่ฝึกซ้อมในญี่ปุ่น

สำหรับพิธีมอบลูกสุนัขจะจัดขึ้นที่กรุงมอสโก นครหลวงของรัสเซีย ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้

นายมาซามิ ฮามาดะ เจ้าของคนปัจจุบันของลูกสุนัขตัวนี้ บอกว่าเขาดีใจที่ลูกสุนัขของเขาได้รับเลือกและเขาหวังว่าซากีโทวาจะรักเจ้าลูกสุนัขตัวนี้

รับชมวีดิทัศน์ประกอบข่าวได้ที่ลิงก์นี้
https://www3.nhk.or.jp/news/html/20180503/k10011426281000.html

Read more...

สุดยอดคุณแม่ คลอดลูกสาวคนที่ 12 ทำสถิติให้กำเนิดลูกครบหนึ่งโหล

สุดยอดคุณแม่ผู้เป็นแบบอย่างที่รัฐบาลญี่ปุ่นใฝ่ฝันอยากให้มีแบบนี้ให้มากที่สุด สามวันที่แล้วคุณ Okunishi Kyōko ชาวเมืองเกียวโต ได้คลอดลูกสาวคนที่ 12 ทำสถิติให้กำเนิดลูกครบหนึ่งโหลพอดี โดยมีทั้งครอบครัวและนายอำเภอเข้าเยี่ยมให้กำลังใจและมอบบัตรตรวจสุขภาพฟรีถึงแปดเดือนและมอบของขวัญเป็นหนังสือภาพการ์ตูนสำหรับเด็กห้าชุดให้อีกด้วย

ุณ Okunishi Kyōko มีอาชีพเป็นพยาบาล สามีเป็นพนักงานบริษัทธรรมดา ทั้งสองมีลูกด้วยกันถึง 12 คน

โดยคนโตเป็นลูกสาวอายุ 17 ปี และไล่เรียงลงมาเรื่อยๆจนถึงคนรองสุดท้องอายุแค่สองขวบ แบ่งเป็นลูกสาว 5 คน ลูกชาย 7 คน นายอำเภอให้สัมภาษณ์ด้วยความยินดีว่า กรณีแบบนี้นับว่าหายากมากๆๆในสมัยปัจจุบัน

คุณแม่ท่านนี้ได้ให้สัมภาษณ์ว่า อยากมีลูกหลายๆ คน ชอบการเลี้ยงลูกและมีความสุขที่เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ ถึงแม้ว่าการเลี้ยงลูกจะใช้เงินจำนวนมาก  แต่ก็หวังว่าน่าจะได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียนต่างๆ ของลูกทุกคน และอยากจะได้รับการยกเว้นภาษีจากรัฐบาล

http://s.kyoto-np.jp/top/article/20171207000038

Read more...

รถเมล์สื่อรักสำหรับหนุ่มสาวญี่ปุ่น

ผลการสำรวจล่าสุดของรัฐบาลญี่ปุ่นพบว่า คนหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นจำนวนเกินกว่าครึ่งที่ยังไม่มีแฟน ทั้งๆที่จำนวนหนุ่มสาวที่อยากจะแต่งงานก็มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทำให้ทั้งหน่วยงานราชการและภาคเอกชนต่างก็พยายามทำทุกวิถีทาง ที่จะทำให้คนหนุ่มสาวเหล่านี้ได้มีโอกาสมาพบรักกัน จนนำพาไปสู่การแต่งงานและสร้างครอบครัวในที่สุด

ทุกวันนี้ แม้แต่การรถไฟของหลายๆ เมืองก็เริ่มมีโปรเจ็คต์ดึงให้คนหนุ่มสาวปิ๊งกันในรถไฟโดยหลากหลายวิธีการ สุดแล้วแต่รถไฟสายไหนจะคิดโปรเจ็คต์ออกมาได้

ล่าสุดที่เมืองฮิโรชิมะ เมืองหอยใหญ่ ศาลเจ้าริมทะเลศักดิ์สิทธ์ และเกาะสวยงามแห่งทะเลเซโตะ บริษัทเดินรถบัสของเมือง ได้ผุดไอเดียอยากให้คู่หนุ่มสาวที่มาโดยสารรถเมล์เป็นคู่ได้มีโอกาสสบตาปิ๊งกันในรถ จึงได้ทำราวที่จับโหนบนรถเมล์เป็นรูปหัวใจ เพิ่มความสวีทหวานแหววระหว่างเดิน ว้าวววว…

Read more...

เปิดตำนาน “โออิวะ” ผีแม่นาคของญี่ปุ่น

ตำนานผีแม่นาคของญี่ปุ่นนั้นได้รับการกล่าวขานอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น จากบทละครเรื่อง “โทไคโด ยสสึยะ ไคดัน” หรือ “เรื่องผีในยสสึยะ” ซึ่งเขียนโดยทซึรุยะ นัมโบกุ

โออิวะเป็นชื่อหญิงสาวที่มีชีวิตอยู่ในช่วงสมัยเอโดะ หรือประมาณ 200 ถึง 300 ปีที่แล้ว เธอนั้นเป็นหญิงสาวสวยของลูกคนมีชาติมีตระกูลและร่ำรวย ตั้งแต่ที่เธอเริ่มเป็นสาว มีบรรดาชายมากมายมาหลงใหลเธอ แต่เธอไม่เคยชายตาแลชายเหล่านั้นเลย

จนวันหนึ่งเธอได้เจอกับอิเอม่อนซามูไรหนุ่ม เธอตกหลุมรักชายคนนี้ และทั้งคู่ตกลงอยู่ด้วยกัน โดยหารู้ไม่ว่าซามูไรคนนี้ เพียงแค่หวังในทรัพย์สินเงินทองของตระกูลของเธอเท่านั้น ทั้งคู่ใช้ชีวิตผ่านไปโดยดูเหมือนราบรื่น แต่อยู่มาวันหนึ่งโออิวะเกิดล้มป่วยลง โดยฝ่ายสามีก็ตามหาหมอหรือหายามารักษาต่างๆนาๆ แต่จนแล้วจนรอดโออิวะก็ไม่หายสักที

ดั่งโชคชะตะกลั่นแกล้งโออิวะ ซามุไรหนุ่มเริ่มที่จะเหนื่อยกับการต้องมาดูแลคนป่วยอย่างเธอ วันหนึ่งเจ้าซามูไรคนนี้ได้ไปพบรักกับสาวคนใหม่ ซึ่งเธอเป็นลูกเศรษฐีในเมืองเดียวกัน เขาได้วางแผนกับตาของผู้หญิงคนใหม่ โดยเอายาพิษชนิดอ่อนๆให้โออิวะกินทุกวันๆโดยที่เธอไม่รู้ตัว เพราะด้วยความที่เธอรักสามีเธอมากเธอจึงยอมดื่มยานั้นทุกๆวันโดยที่เธอไม่คิดอะไร แต่หารู้ไม่ว่ายานั่นคือยาพิษ ที่ค่อยๆบั่นทอนร่างกายเธอให้อ่อนแอลงทุกวัน และที่สำคัญฤทธิ์จากการดื่มยาพิษเป็นเวลานานนั้น ทำให้ใบหน้าครึ่งซีกของเธอ เริ่มเพี้ยนและเป็นแผล และเริ่มเสียโฉมลงเรื่อยๆ โดยที่เธอไม่ได้ระแคะระคายในการกระทำของสามีเธอเลย

และที่สำคัญกว่าอื่นใด ในตอนนั้นเธอก็ตั้งครรภ์อยู่ด้วย และตัวสามีเธอเองก็รู้ดี เวลาผ่านไป สามีเธอเห็นว่าโออิวะไม่ตายสักที จึงหาเรื่องฆ่าเธอทิ้งเสีย เพื่อที่จะได้ไปเสวยสุขกับเมียใหม่เร็วๆ

วันหนึ่งในขณะที่โออิวะนอนล้มป่วยในห้อง สามีเธอได้พาเมียใหม่มาที่บ้าน โออิวะเกิดเอะใจ จึงได้ลากสังขารที่ป่วยๆแอบไปส่องดูข้างประตู ในที่สุดเธอก็เห็นภาพบาดตาบาดใจ เธอทรุดลงต่อหน้าชู้รักและสามีของมีของเธอ พร้อมทั้งคร่ำครวญว่า “เจ้าทรยศข้า เข้าทรยศข้า” สามีของเธอตกใจ และประกอบกับความคิดที่คิดจะฆ่าเธอทิ้งอยู่แล้ว ทันใดนั้นเจ้าซามุไรชั่วใช้ดาบฟันที่ร่างของโออิวะตายอย่างอนาถ และทรมาน
สามีของโออิวะ กลัวจะถูกชาวบ้านครหา ว่าฆ่าเมียเพื่อไปเสวยสุขกับหญิงอื่น จึงสร้างเรื่องว่าโออิวะนั้นเป็นชู้กับชายรับใช้ในบ้าน และได้ฆ่าชายคนนั้นตามไปและผูกมัดกับประตูพร้อมกับโออิวะเอาไปทิ้งแม่น้ำ

แต่ทว่า….หลังจากนั้นไม่กี่วัน เจ้าซามูไรอิเอม่อน เริ่มนอนไม่หลับ จิตใจเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และมีอยู่คืนหนึ่ง เขาได้สะดุ้งตื่นมากลางดึกเหตุเพราะได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น อิเอม่อนจึงเดินไปจุดตะเกียงเพื่อที่จะหาต้นตอของเสียงว่ามีใครมานั่งร้องไห้ในเวลาดึกสงัดเช่นนี้ แต่ทันใดที่ไฟสว่างขึ้น เจ้าอิเอม่อน ค่อยๆแหงนหน้ามองขึ้นด้านบนเพดานตามเสียงร้องนั่น

ภาพที่ซามุไรชั่วได้เห็นนั้น เป็นอะไรที่ชวนสยองยิ่งนัก ภาพนั้นคือ โออิวะถูกตรึงติดกับประตูห้อยต่องแต่งด้านบนแปะอยู่บนเพดาน สติของอิเอม่อนตะเลิดอย่างสุดขีด พยายามที่จะใช้ดาบฟันร่างนั้นอย่างสะเปะสะปะ แต่ทว่า…ดาบนั้นกลับแกว่งไปโดนศรีษะของภรรยาใหม่ตายอย่างน่าสยดสยอง เขาตกใจวิ่งเสียสติไปบ้านพ่อตา แต่ในระหว่างที่วิ่งไปนั้น โคมไฟข้างทางกลับกลายเป็นหน้าชายคนรับใช้ที่ถูกเขาฆ่าและใส่ร้ายว่าเป็นชู้กับเมียตัวเอง แลหน้าโออิวะ เขาจึงใช้ดาบฟันโคมไฟนั้น แต่ทว่า….โคมไฟที่เค้าเห็นคือพ่อตาของเค้านั่นเอง

ณ ตอนนั้นสติของเขาหายไปหมดสิ้น เค้าหนีไปในป่า คลุ้มคลั่งเพราะไปทางไหนก็เจอแต่โคมไฟหน้าโออิวะตามหลอกหลอนทุกทิศทาง จนตอนเช้าหลังจากหลับไปเพราะหมดแรงและตื่นขึ้นมา เขาได้ไปตกปลากินเพื่อประทังความหิวที่ลำธารแห่งหนึ่ง แต่เบ็ดเจ้ากรรมดันไปเกาะเอาประตูที่ตรึงร่างโออิวะเอาไว้ เค้าตกใจร้องวิ่งไปทั่วเมือง และสารภาพผิดว่าฆ่าโออิวะ จนพี่ชายของโออิวะมาได้ยินเข้า จึงฆ่าเจ้าซามูไรอิเอม่อนทิ้งเสีย เหตุการณ์ที่น่าแปลกคือ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเธอล้วนจบชีวิตลงทั้งสิ้น ซึ่งถือว่าเธอได้แก้แค้นจนหมด

ปัจจุบันดวงวิญญาณของโออิวะได้ถูกสถิตไว้ที่ศาลเจ้าโทมิยะ ในเขตยสสึยะ กรุงโตเกียว ว่ากันว่าศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องความรักมากเลยนะเออ หากใครอยากบนบานเรื่องความรักลองไปที่ศาลนี้ดูก็ได้ ไม่แน่นะคุณอาจจะได้เจอวิญญาณของ “โออิวะ” ก็เป็นได้ ฮึฮึฮึ!!!!

การเดินทาง: จากสถานี yotsuya-sanchome ทางออกที่ 3 ประมาณ 8 นาที สามารถเดินตรงไปศาลเจ้าโทมิยะ (於岩稲荷田宮神社) ได้เลย

Read more...

ปลาชิราสึ シラス (魚) สุดยอดของขึ้นชื่อจังหวัดอิบารากิ

ปลาชิราสึ คือปลาตัวเล็กที่นิยมนำมาทำเป็นข้าวหน้าปลาชิราสึ โดยส่วนมากที่ขายตามร้านค้าทั่วไปมักจะเป็นประเภทต้มหรือตากแห้งมากกว่า แต่ที่ตำบลโออาไร จังหวัดอิบารากิ เป็นแหล่งผลิตปลาชิราสึ ระดับชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ผู้แวะมาเยี่ยมเยือนจึงสามารถหารับประทานปลาชิราสึแบบดิบและสดได้ง่ายกว่าที่อื่น

Read more...

สุดยอดคุณลุงจอมพลังวัย 74 ปี ว่ายน้ำข้ามช่องแคบสึกะรุ

คุณลุง โทมินากะ โทชิโอะ วัย 74 ปี ชาวเมืองฮิโรชิมะ ผู้สร้างสถิติเป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุด ที่สามารถว่ายน้ำข้ามช่องแคบสึกะรุมาแล้วเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา

“ช่องแคบสึกะรุ” คือช่องแคบที่ตั้งกั้นอยู่ระหว่างแผ่นดินเกาะฮอนชู จังหวัดอาโอโมริ และคาบสมุทรมัตสึมาเอะ เกาะฮอกไกโด มีความยาวประมาณ 20 กิโลเมตร แต่บริเวณจุดที่คุณลุงออกสตาร์ทไปขึ้นฝั่งที่ตำบลฟุคุชิมะ เกาะฮอกไกโดนั้น มีระยะทางถึง 30 กิโลเมตรเลยทีเดียว โดยคุณลุงใช้เวลาว่ายน้ำอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ชั่วโมง ท่ามกลางสักขีพยานที่คอยมาให้กำลังใจ และทีมข่าวที่อยู่บนเรือติดตาม

“ช่องแคบสึกะรุ” ถือเป็นช่องแคบที่กระแสน้ำไหลแรงและอันตรายติดหนึ่งในเจ็ดแห่งช่องแคบที่อันตรายที่สุดของโลก สำหรับสถิติคนอายุมากที่สุดที่สามารถว่ายข้ามช่องแคบแห่งนี้ได้ล่าสุดคือ ชายชาวเม็กซิโก อายุ 56 ปี ทำสำเร็จในเดือนกันยายนปี 2015 และคนที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถทำได้สำเร็จก็คือ นักเรียนหญิงชั้นมัธยมปลาย อายุ 18 ปี ที่ชื่อ ฮาเซกาวะ โฮโนกะ ชาวเมือง ซาคามิฮาระ

ปีนี้คุณลุงอายุ 74 ปีเต็มแล้ว แต่ยังสามารถบรรลุภารกิจ ว่ายน้ำจากจุดที่เป็นมรดกโลกของญี่ปุ่นสองแห่ง คือจากโดมปรมาณู เมืองฮิโรชิมะ ไปที่เกาะมิยาจิมะ ที่ตั้งของศาลเจ้ามิยาจิมะ ศาลเจ้าชื่อดังของญี่ปุ่น รวมระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร โดยคุณลุงใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงในการว่ายน้ำครั้งนี้และสามารถทำได้สำเร็จในที่สุด

ภาระกิจท้าทายครั้งต่อไปของคุณลุงก็คือ การว่ายน้ำข้ามช่องแคบโดเวอร์ ซึ่งเป็นช่องแคบที่กั้นระหว่างประเทศฝรั่งเศสและเกาะอังกฤษนั่นเอง ซึ่งลุงเคยว่ายน้ำมาแล้วล่ะแต่ไม่ประสบความสำเร็จต้องยกเลิกกลางคัน คุณลุงให้สัมภาษณ์ว่า อยากจะว่ายน้ำไปเรื่อยๆจนกว่าจะอายุ 80 ปี สุดยอดความแข็งแรงจริงๆ

Read more...

ตำรวจญี่ปุ่นเป็นฮีโร่ช่วยชีวิตผู้หญิงที่ทางข้ามทางรถไฟสายนัมบุ

ตำรวจญี่ปุ่นแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ ตำรวจในเครื่องแบบที่ขี่จักรยานหรือขับรถยนต์สายตรวจ หรือประจำอยู่ตามป้อมตำรวจ กับอีกประเภทหนึ่งคือ ตำรวจสืบสวนอาชญากรรมพิเศษนอกเครื่องแบบ เหมือนกันกับ FBI ของอเมริกา

นายสิบตำรวจ นาคะยามะ ยูยะ วัย 26 ปี ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะนายตำรวจผู้กล้าหาญและมีจิตใจที่อยากจะช่วยเหลือประชาชน

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม เวลา 22.20 นาฬิกา ในระหว่างการออกตรวจตราพื้นที่ตามปกติกับเพื่อนตำรวจอีกหนึ่งนายอยู่นั้น ที่ทางข้ามทางรถไฟสายนัมบุ ในเขตทาคาซึ อำเภอคาวาซากิ ในขณะที่สัญญาณเตือนว่ารถไฟกำลังมาดังขึ้น พร้อมๆ กับที่ไม้กั้นทางรถไฟกำลังปิดลงนั้น นายตำรวจท่านนี้ได้สังเกตเห็นผู้หญิงวัยราวๆ ห้าสิบปีคนหนึ่ง เดินอุ้มหมาและเดินลอดไม้กั้นทางข้ามรางรถไฟเข้าไป เธอได้เข้าไปยืนหยุดอยู่ตรงกลางรางรถไฟพอดี

นายตำรวจหนุ่มพยายามตะโกนร้องเตือนถึงอันตรายอย่างสุดเสียง เพื่อเรียกให้เธอรีบออกมาจากรางรถไฟ แต่เธอยืนนิ่งเฉยและไม่มีปฏิกิริยาใดๆ นายตำรวจหนุ่มมองเห็นรถไฟกำลังวิ่งตรงเข้ามา จึงตัดสินใจเสี่ยงชีวิตวิ่งเข้าไปอุ้มผู้หญิงคนดังกล่าวจากทางด้านหลังออกมาจากทางรถไฟได้ทันอย่างหวุดหวิดที่สุด ชนิดที่ว่าก่อนที่รถไฟจะพุ่งเข้าชนตัวเธอแค่ประมาณเมตรกว่าๆเท่านั้นเอง สรุปว่าปลอดภัยทั้งผู้หญิงกับหมาน้อยและนายตำรวจหนุ่ม

หลังจากนั้นผู้หญิงคนดังกล่าวได้กล่าวขอบคุณตำรวจที่ช่วยชีวิต เธอสารภาพว่า วันเกิดเหตุได้ทะเลาะกับสามีและถูกสามีไล่ออกจากบ้าน จนเกิดความเครียดและอยากตายขึ้นมาในทันใด เธอจึงตัดสินใจอุ้มหมาน้อยตัวโปรดเดินเข้าไปในรางรถไฟเพื่อฆ่าตัวตายกับสัตว์เลี้ยงแสนรักของเธอ ภายหลังจากได้สติ เธอรู้สึกขอบคุณตำรวจที่เสี่ยงชีวิตมาช่วยชีวิตเธอ และเธอได้สัญญาว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีก

และก็ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญมากๆ ที่พ่อของนายสิบตำรวจท่านนี้ก็เป็นตำรวจมาตลอดชีวิตเหมือนกัน และวันที่ลูกชายได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติก็เป็นวันที่พ่อของแกเสียชีวิตจากไปพอดี นายสิบตำรวจยูยะบอกว่า ได้จุดธูปไหว้บุทสึดัง ( หิ้งพระแบบญี่ปุ่น ) บอกกล่าวและขอบคุณทั้งพ่อและปู่ที่ช่วยปกป้องคุ้มครองให้ผมได้มีชีวิตรอดและเป็นตำรวจมาจนถึงวันนี้

แปลโดย : Thanakorn Jaisuksakuldee

Read more...

จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นพุ่งถึง 14 ล้านคน

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้ออกมาเปิดเผยถึงตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเยือนประเทศญี่ปุ่นในช่วงครึ่งปีแรก ปรากฎว่ามีตัวเลขที่น่าปลาบปลื้มใจมาก คือมีจำนวนสูงถึง 13,757,300 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันนี้ของปีก่อนถึง 17.4%

โดยแบ่งตามจำนวนของนักท่องเที่ยวจากแต่ละประเทศแล้ว สามารถแบ่งได้ดังนี้

1. เกาหลีใต้ 3,395,900 คน เพิ่มขึ้น 42.5%

2. จีนแผ่นดินใหญ่ 3,281,700 คน เพิ่มขึ้น 6.7%

3. ไต้หวัน 2,288,000 คน เพิ่มขึ้น 6.1%

4. ฮ่องกง 1,083,400 คน เพิ่มขึ้น 24.8%

เป้าหมายของรัฐบาลญี่ปุ่นก็คือ ต้องการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ได้ที่ตัวเลข 40 ล้านคนภายในปี 2020 นั่นแสดงว่าการท่องเที่ยวญี่ปุ่นต้องพยายามทำงานหนักให้มากขึ้นกว่าเท่าตัว ในการคิดสารพัดโปรเจ็คต์ออกมา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นถึงปีละ 15% จึงจะไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

สถานการณ์ตอนนี้นักท่องเที่ยวจากเอเชีย ยังคงหลั่งไหลมาอยู่เรื่อยๆ ตามแผนการ แต่การท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็พยายามเปิดตลาดใหม่ๆ อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากทวีปอเมริกา ซึ่งถือว่ามีกำลังจ่ายสูงมาก และพวกเขาเดินทางมาไกลดังนั้นจึงต้องพำนักค่อนข้างนาน สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

สำหรับโปรเจ็คใหม่ของรัฐบาลญี่ปุ่นก็คือ ต่อไปนี้การท่องเที่ยวจะนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ๆ เน้นการสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวออกไปสัมผัสกับธรรมชาติและวัฒนธรรมของชนบทต่างจังหวัด มากกว่าที่จะมาแออัดกันอยู่แต่ในเมืองใหญ่ไม่กี่แห่ง รัฐบาลพยายามออกสารพัดแคมเปญ เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติออกไปพำนักตามบ้านนอกของญี่ปุ่นให้มากขึ้นมากกว่านี้

Read more...

ญี่ปุ่นเตรียมเปิดประเทศต้อนรับชาวต่างชาติ ที่จะเข้ามาทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่น

รายการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของชาวญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัย เกี่ยวกับความรู้สึกและทัศนคติที่มีต่อชาวต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศในช่วงนี้

ส่วนใหญ่ผู้ถามจะยิงคำถามว่า คุณยินดีต้อนรับชาวต่างชาติมากน้อยแค่ไหน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ให้สัมภาษณ์ก็ต่างเต็มใจที่จะเปิดประเทศต้อนรับชาวต่างชาติ ที่จะเข้ามาทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นร่วมกับพวกเขาเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ก็เนื่องมาจากคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ต่างก็ยอมรับความจริงกันแล้วว่า ลำพังแค่กำลังของชาวญี่ปุ่นอันน้อยนิดเอง คงจะไม่สามารถนำพาประเทศให้รอดผ่านพ้นสารพัดปัญหาและอุปสรรคไปได้อย่างแน่นอน สภาพสังคมที่เด็กเกิดน้อย คนแก่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน จนทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานอย่างหนักจนถึงขั้นวิกฤต

แต่หลายๆ คนโดยเฉพาะคนที่มีอายุหน่อยก็อาจจะมีความรู้สึกต่อต้านอยู่บ้าง แต่ทั้งนี้ก็ด้วยความหวังดีและความเป็นห่วงนั่นเอง โดยคุณป้าท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า วัฒนธรรมญี่ปุ่น เป็นอะไรที่เข้าใจยากมาก โดยเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติแล้ว อาจจะต้องใช้ทั้งเวลาและความพยายามหนักเอาการอยู่ ในการที่จะเรียนรู้จนมีความเข้าใจชาวญี่ปุ่นเจ้าของประเทศในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นนั้นได้วางแผนและวางโครงการรับแรงงานชาวต่างชาติไว้เป็นอย่างดีเยี่ยม พวกเขาจะค่อยๆ เปิดรับอย่างรอบคอบและละเอียดถี่ถ้วน แบบค่อยเป็นค่อยไป ตอนนี้รัฐบาลได้ตั้งองค์กรหน่วยงานของรัฐบาลเอาไว้ทำงานในทางด้านนี้เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้อนุญาตให้องค์กรเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วยในเรื่องนี้แล้วด้วย

นับต่อจากนี้ไป ญี่ปุ่นจะค่อยๆ เปิดประเทศต้อนรับแรงงานชาวต่างชาติให้มากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน ท่านใดสนใจอยากให้ลูกหลานมาทำงานหรือมาเรียนภาษาญี่ปุ่น ตอนนี้นับเป็นช่วงเวลาแห่งโอกาสอันดีของท่านแล้ว เตรียมตัวเรียนภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานไว้ได้เลย

แปลโดย : Thanakorn Jaisuksakuldee

Is Increasing Foreigners OK for Japan? (#2 Younger Generation)

Read more...