Author - มิโอะจัง

ญี่ปุ่นเตรียมใช้ธนบัตรรูปแบบใหม่ในปี ค.ศ.2024

นาย Asou tarō รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น แถลงข่าวประกาศการเปลี่ยนแปลงธนบัตรชุดใหม่ซึ่งจะนำมาใช้อย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี ค.ศ.2024 
 
สำหรับการเปลี่ยนแปลงธนบัตรชุดใหม่ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองรัชสมัยใหม่และใช้เทคโนโลยีล่าสุดในการป้องกันการปลอมแปลงธนบัตร
 
โดยธนบัตรราคาใบละ 10,000 เยน 💴 จะเป็นรูปของคุณ Shibusawa Eiichi ( มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1840-1931 ) บิดาแห่งเศรษฐศาสตร์และทุนนิยมสมัยใหม่ของญี่ปุ่น ผู้ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ธนาคารแห่งแรกในญี่ปุ่น รวมถึงบริษัทประกันภัยแห่งแรกของญี่ปุ่นและเป็นผู้ให้ความรู้และการศึกษาเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทและเริ่มต้นทำธุรกิจแก่ชาวญี่ปุ่นถึงกว่า 500 บริษัท
 
ธนบัตรราคาใบละ 5,000 เยน 💴 เป็นภาพของคุณ Tsuda Umeko ( มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1864-1939 ) นักวิชาการทางการศึกษาผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานการศึกษาสำหรับสตรีในสมัยเมจิและเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย Tsuda University คุณ Tsuda Umeko เป็นผู้หญิงญี่ปุ่นคนแรกที่เดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ( สหรัฐอเมริกา ) ในตอนที่เธออายุแค่ 6 ขวบเท่านั้น
 
ธนบัตรราคาใบละ 1,000 เยน 💴 เป็นรูปของคุณ Kitasato Shibasaburō ( มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1853-1931 ) นายแพทย์และนักจุลชีววิทยาชื่อดังชาวจังหวัดคุมาโมโตะ ผู้ค้นพบเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของโรคกาฬโรคในต่อมน้ำเหลือง นอกจากนั้นท่านยังได้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย Kitasato และโรงพยาบาล สถาบันวิจัย Kitasato อีกด้วย นับว่ารัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติอย่างแท้จริง 🎌🎌🎌
Read more...

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศชื่อรัชสมัยใหม่ “เรวะ” (Reiwa – 令和)

วันที่ 1 เมษายน 2562 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศชื่อรัชสมัยใหม่ ชื่อ “เรวะ” (Reiwa – 令和) ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่เจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะ ที่จะขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่ของญี่ปุ่น หลังการสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ที่ถือเป็นการสละราชสมบัติครั้งแรกในรอบ 200 ปีของราชวงศ์ญี่ปุ่น

โดยนายโยชิฮิเดะ สุงะ เลขาธิการรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้อธิบายถึงชื่อของรัชสมัยใหม่ เรวะ ว่า “เร” หมายถึง ความรุ่งเรือง ส่วนคำว่า “วะ” หมายถึง สันติภาพหรือความสงบเรียบร้อย

ทั้งนี้จะเริ่มใช้รัชศกใหม่นี้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป แทนที่รัชศกเฮเซ โดยจะเป็นชื่อรัชศกที่ 248 นับตั้งแต่มีการใช้ในระบบปฏิทินแบบโบราณตั้งแต่ปี ค.ศ. 645 จนถึงปัจจุบัน

นอกจากจะเริ่มต้นรัชศกใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว ในปีนี้ประเทศญี่ปุ่นจะมีพระราชพิธีสำคัญนั่นก็คือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยจะจัดในวันที่ 23 ตุลาคม 2562 ตามแบบพระราชประเพณีโบราณ ซึ่งจะกราบบังคมทูลเชิญ กราบทูลเชิญ และเชิญพระราชอาคันตุกะและแขกของรัฐบาลจาก 195 ประเทศ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพระราชพิธีอันเปี่ยมด้วยมนต์ขลังทางวัฒนธรรมครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีพระราชอาคันตุกะและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมกว่า 900 คน ณ พระราชวังอิมพีเรียล กรุงโตเกียว

ในส่วนของพิธีสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ก็ได้กำหนดขึ้นในวันที่ 30 เมษายน 2562 เวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และเจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะ จะเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ในวันที่ 1 พฤษภาคม พร้อมกับการประกาศชื่อรัชศกใหม่ด้วย

Read more...

กำเนิดเจ้าหมีดำจอมป่วน คุมะมง ( くまモン )


“คุมะมง” สุดยอดมาสค็อตที่ถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดของญี่ปุ่นในยุคนี้ โดยมีสินค้าถึงกว่า 28,000 ชนิด ที่นำตราเจ้าหมีดำไปใช้ในการโปรโมทสินค้าและสร้างยอดขายรวมแล้วกว่า 500,000 ล้านเยน ไม่น่าเชื่อว่าสินค้าที่มีเจ้าหมีดำเป็นสัญลักษณ์สามารถขายได้ถึงปีละ 140,000 ล้านเยน เลยทีเดียว และปีนี้เนื่องในโอกาสที่เจ้าหมีดำคุมะมงมีอายุครบรอบเก้าปีพอดี

“คุมะมง” ถือกำเนิดขึ้นจากไอเดียของทีมงานฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดคุมะโมโตะ หรือจะพูดง่ายก็คือ คุมะมงก็เป็นข้าราชการประจำจังหวัดนั่นเอง
แต่กว่าจะมาเป็นคุมะมงในทุกวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับข้าราชการที่ทำงานในแผนกนี้ พวกเขามีการประชุมเตรียมการและวางแผนเป็นอย่างดี

โดยมีทีมงานข้าราชการในแผนก คอยวางแผนและปรับปรุงพัฒนากิจกรรมต่างๆ โดยใช้คุมะมง นำเสนอ แนะนำสินค้าและการท่องเที่ยวของจังหวัด

คุมะมงเกิดขึ้นในปี 2010 โดยจังหวัดมีแรงจูงใจมาจากความยากลำบากในการโปรโมทจังหวัดคุมะโมโตะให้เป็นที่รู้จักของชาวภูมิภาคอื่นๆ เนื่องจากในเดือนมีนาคมปี 2011 รถไฟความเร็วสูงได้เปิดตัววิ่งจากสถานีฮาคะตะ จังหวัดฟุคุโอกะลงใต้แวะผ่านจังหวัดคุมะโมโตะ วิ่งลงไปจนถึงสถานีเมืองคะโกะชิมะ แผนกส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดคุมะโมโตะ มีโจทย์อยู่ว่า จะทำอย่างไรให้คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแวะลงมาเที่ยวและรู้จักจังหวัดของตัวให้มากขึ้น เนื่องจากในตอนนั้นจังหวัดคุมะโมโตะเป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวค่อนข้างต่ำมาก ถ้าไม่มีจุดขายอะไรใหม่ๆ นักท่องเที่ยวคงจะนั่งรถไฟเลยลงใต้ไปกันหมดอย่างแน่นอน

จังหวัดได้วางแผนอย่างเป็นทางการ โดยนักเขียนชื่อดังคนท้องถิ่นในจังหวัดเองชื่อคุณ Koyama Kundō ซึ่งเป็นที่ปรึกษาการรถไฟคิวชูชิงคันเซ็น ท่านมีความคิดอยากจะสร้างความประหลาดใจให้กับชาวเมืองคุมะโมโตะ ท่านจึงได้ร้องขอไปยังโปรดิวเซอร์และนักออกแบบผลิตภัณฑ์ชื่อดัง คุณ Mizuno Manabu ช่วยออกแบบมาสค็อตพื้นเมืองให้หน่อย โปรเจ็ค Surprise Kumamoto จึงเริ่มขึ้น

โดยมีโจทย์อยู่ว่า มันจะต้องมีรูปร่างเป็นสัตว์เท่านั้นเนื่องจากชื่อจังหวัดที่มีคำว่าสัตว์เป็นส่วนประกอบในญี่ปุ่นมีอยู่แค่สี่จังหวัดเท่านั้นคือ Kagoshima( 鹿児島 〜 เกาะลูกกวาง ) Gumma ( 群馬 〜 ฝูงม้า )Tottori ( 鳥取〜 จับนก ) และสุดท้ายคือจังหวัด Kumamoto ( 熊本〜 ถิ่นหมี ) ทั้งๆที่ไม่มีหมีในธรรมชาติเลยแม้แต่ตัวเดียว 🐻🐻🐻

คุณ Mizuno Manabu จึงได้ทำการออกแบบเจ้าตัวหมีดำแก้มมีจุดสีแดงหน้าตาทะเล้นออกมาในที่สุด โดยชื่อเจ้าหมีดำ คุมะมง ต้องเขียนด้วยตัวฮิรางานะก่อนว่าくま แล้วตามด้วยคำว่า มง ที่ต้องเขียนด้วยตัวคาตาคานะเท่านั้นเป็น くまモン ในที่สุด น่าร้าก น่ารัก โดยทีมงานพยายามทำให้เหมือนกับว่ามันมีชีวิตจริงๆ และคุมะมงจะมีอยู่เพียงตัวเดียวเท่านั้น

เจ้าหมีดำคุมะมงค่อยๆ เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในประเทศญี่ปุ่น โดยจังหวัดได้จัดทำแผนการโปรโมทสินค้าและสถานที่ท่องเที่ยวภายในตัวจังหวัด
โดยการใช้คุมะมงออกทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ได้หยุด ช่วงปีแรกๆ มันต้องทำงานอย่างหนักเพื่อนำเสนอตัวเองด้วย

ภายในตัวคุมะมง คือเจ้าหน้าที่ข้าราชการประจำ เป็นใคร มีกี่คน ถือเป็นความลับของจังหวัด โดยมีคติประจำใจและการทำงานอยู่ว่า คุมะมงต้องใจดี น่ารัก มีน้ำใจและสร้างความสุขสนุกสนานให้กับทุกคน และจะไม่เพิกเฉยต่อใครๆ ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นชาวญี่ปุ่นหรือชาวต่างชาติ

ปัจจุบัน คุมะมงได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คุมะมงสแควร์ที่ตัวเมืองคุมะโมะโตะ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมทั้งชาวญี่ปุ่น และจากต่างประเทศล้นหลามในแต่ละวัน นอกจากนั้นยังมีเจ้าของสินค้าจากหลายๆ ประเทศมาติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์คุมะมงไปติดบนสินค้า สำหรับสินค้าของเกาะคิวชูทางจังหวัดไม่คิดค่าลิขสิทธิ์แต่อย่างใด สามารถลงทะเบียนขอใช้ได้ฟรี

นับเป็นการตลาดที่ประสบความสำเร็จมาก ในอีกรูปแบบหนึ่งที่การท่องเที่ยวหลายๆ ประเทศกำลังพยายามเลียนแบบ เพื่อชาวคุมะโมะโตะและเกาะคิวชู ทีมงานของจังหวัดยังคงไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนากิจกรรมและสร้างความสุขให้กับแฟนคลับของเจ้าหมีดำต่อไป 🐻🐻🐻

โดย : Thanakorn Jaisuksakuldee

Read more...

วันโทชิ ( 冬至 ) 22 ธ.ค. 61 กลางคืนยาวนานและกลางวันสั้น

วันนี้ (22 ธ.ค. 61) เป็นวันโทชิ ( 冬至 ) คือวันที่กลางคืนยาวนานที่สุดและกลางวันสั้นที่สุดในรอบปี และต่อจากนี้ไปจะเข้าสู่ช่วงเวลาที่อากาศหนาวจัดอย่างแท้จริง เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นและไม่เป็นหวัด คนญี่ปุ่นจะทานอาหารที่มีฟักทองเป็นส่วนประกอบ เช่น ข้าวต้มฟักทองและจะใส่ลูกมะกรูดญี่ปุ่นสีเหลืองชนิดหนึ่งลงไปในอ่างอาบน้ำร้อน ( ゆず= ยุซึ ) เพราะเชื่อกันว่าจะทำให้ร่างกายอบอุ่นไม่เป็นหวัดง่ายๆ และยังช่วยป้องกันผิวไม่ให้แห้งได้ด้วย

การประดับด้วย คะโดะมัตสึ ในวันก่อนวันขึ้นปีใหม่เป็นอีกหนึ่งประเพณีโบราณของญี่ปุ่น เป็นคล้ายๆ เครื่องรางชนิดหนึ่งที่จะวางไว้ตามหน้าบ้านหรือภัตตาคารร้านค้าต่างๆ เพื่อต้อนรับวันปีใหม่ พวกเขามีความเชื่อว่าเทพเจ้าจะเสด็จลงมาประทานพรให้ครอบครัวมีความสุข ความโชคดีและปัดเป่าโรคภัยต่างๆ ในวันปีใหม่ที่จะมาถึง ดังนั้น
ทุกบ้านจึงต้องเตรียมเครื่องประดับอันเป็นมงคลนี้ไว้ที่หน้าบ้าน เพื่อต้อนรับเทพเจ้า

โดยวัสดุที่ใช้คือ ต้นไผ่สีเขียวสดใสสามต้นประดับประดาและมัดรวมกันด้วยต้นสนและฟางข้าวหรือหญ้าชนิดหนึ่งตากแห้ง ความหมายคือ ให้เติบโตอย่างรวดเร็วและซื่อตรงเหมือนต้นไผ่ 🎋🎋🎋
นอกจากนั้นยังมีความหมายแฝงอีกอย่างคือ ต้นไผ่นั้นเป็นพืชที่แข็งแรง ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ไม่เปลี่ยนสีแม้ในฤดูหนาวอันโหดร้าย เปรียบได้กับบุชิโดที่ต้องมี
ความซื่อสัตย์ อดทน ไม่เปลี่ยนแปลง

ต้นสน มีความหมายถึงความมีอายุยืนและเป็นสัญลักษณ์แห่งอาหาร ใบต้นสนนั้นจะไม่เปลี่ยนสีแม้อากาศจะหนาวเย็นเพียงใดก็ตาม ฟางข้าว หมายถึงความอุดมสมบูรณ์แห่งธัญญาหาร บางท้องถิ่นจะประดับด้วยกิ่งบ๊วยด้วย หมายความถึง ดอกบ๊วยนั้นเป็นดอกไม้ที่
ทนทานต่อสภาพอากาศหนาวเย็นและผลิบานในฤดูหนาวเช่นเดียวกันนั่นเอง บางภูมิภาคอาจจะประดับประดาด้วยดอกไม้ฤดูหนาวบางชนิด เช่น ดอกสึบากิ ซึ่งบานในฤดูหนาว หรืออาจจะประดับด้วยต้นฮะโบตังหลากสีสันด้วยก็สวยงามไปอีกแบบ

อนึ่ง ถ้าประดับตกแต่งครบทั้งสามอย่างจะกลายเป็น
松竹梅 〜 Shou Chiku Bai คือ พืชมงคลทั้งสามอย่าง หรือ 歳寒三友 ในภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่นออกเสียงว่า
( さいかんのさんゆう )
ซึ่งประกอบไปด้วย สน ไผ่ บ๊วย ซึ่งถือเป็นพืชมงคลสามอย่างในฤดูหนาวตามความเชื่อของชาวจีนโบราณและ
ราชสำนักญี่ปุ่นรับเอาความเชื่อนี้เข้ามาตั้งแต่สมัยเฮอัน

ส่วนความเชื่อของชาวญี่ปุ่นโบราณนั้น ต้นสนคือ อาหาร ( 食 ) ต้นใผ่ คืออาวุธ ( 武器 ) และบ๊วยคือ ยาถอนพิษ ( 毒止め ) ซึ่งผลของบ๊วยถูกใช้เป็นอาหารและเป็นยาถอนพิษมาตั้งแต่สมัยโบราณสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน 🌼🌼

Thanakorn Jaisuksakuldee

Read more...

ปลาซาบะได้รับการเลือกให้เป็น “อาหารแห่งปี” ของญี่ปุ่นประจำปี 2561

การสำรวจประจำปีทางเว็บไซด์ของสถาบันวิจัยกูรูนาบิ จะเลือกอาหารหรือเครื่องดื่มที่สะท้อนถึงค่านิยมการรับประทานในปัจจุบันได้มากที่สุด โดยการสำรวจนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2557

ผลสำรวจปีนี้ระบุว่า ผู้คนในปัจจุบันคำนึงถึงสุขภาพและความสุนทรีย์และเลือกปลาซาบะเพราะปลาซาบะช่วยลดไขมันชนิดที่เป็นกลาง ทั้งยังอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา 3 และวิตามินบี 2 รวมถึงสารอาหารอื่น ๆ กล่าวกันว่าวิตามินบี 2 มีผลดีต่อผิวหนังอีกด้วย ผลสำรวจชี้ว่าจำนวนครั้งของการค้นหาอาหารที่ทำจากปลาซาบะ ผ่านทางออนไลน์นั้นเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าปลาซาบะกระป๋องได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้หญิงทำงานเพราะพร้อมทานได้ทันที ทั้งยังได้รับความนิยมในหมู่ครอบครัวในฐานะอาหารสำรองฉุกเฉินซึ่งเห็นได้ชัดจากกรณีภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายระลอกที่ญี่ปุ่นในปีนี้

รับชมวีดิทัศน์ประกอบข่าวได้จากลิงก์นี้
https://www3.nhk.or.jp/n…/html/20181206/k10011736891000.html
ติดตามรายละเอียดของข่าวอื่น ๆ ได้ที่นี่
https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/th/news/

Read more...

ผุดไอเดียเจ๋ง! เปิดให้บริการออฟฟิศส่วนตัวในสถานีรถไฟที่ญี่ปุ่น

ผู้ประกอบการรถไฟของญี่ปุ่นรายหนึ่งจะเริ่มให้ผู้โดยสารใช้ห้องทำงานขนาดเล็กเร็ว ๆ นี้ โดยห้องทำงานดังกล่าวจะพร้อมให้บริการในสถานีรถไฟ 3 แห่งในช่วงทดลองใช้งาน

ห้องทำงานขนาดเล็กนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน 2561 ไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562โดยอยู่ด้านในจุดตรวจตั๋วในสถานีรถไฟของบริษัทการรถไฟแห่งญี่ปุ่นภาคตะวันออกในกรุงโตเกียว

ห้องทำงานนี้เป็นห้องเก็บเสียง แต่ละห้องจะมีเก้าอี้ โต๊ะทำงาน ปลั๊กไฟ และ อินเทอร์เน็ตไร้สายหรือ Wi-Fi ไว้ให้บริการ ผู้โดยสารสามารถจองห้องได้ผ่านแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน โดยใช้งานได้ถึง 30 นาที

เจ้าหน้าที่ของบริษัทการรถไฟแห่งญี่ปุ่นกล่าวว่า ผู้ใช้งานจะได้ความเป็นส่วนตัว ซึ่งไม่เหมือนกับนั่งทำงานที่ร้านกาแฟ

ทางบริษัทจะวิเคราะห์ว่ามีการใช้งานห้องทำงานขนาดเล็กนี้อย่างไร และจากนั้นก็จะนำไปให้บริการในสถานีรถไฟ 30 แห่งในพื้นที่กรุงโตเกียว ภายในปี 2563

NHK World

Read more...

เผย 3 อันดับแรงงานขาดแคลน ที่รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดรับเข้าทำงานในประเทศญี่ปุ่น

14 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่น ได้เปิดเผยตัวเลขจำนวนแรงงานที่จะเปิดรับอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่ามีอยู่สามสาขาอาชีพที่จะเปิดรับมากที่สุด ดังนี้

อันดับที่ 3 : ภาคการก่อสร้าง
รับจำนวน 40,000 คน

อันดับที่ 2 : การบริการที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหาร
รับจำนวน 53,000 คน

และอันดับที่ 1 : การบริบาลผู้สูงอายุ
รับมากที่สุดคือ จำนวน 60,000 คน

โดยรัฐบาลกำลังพิจารณาให้ค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนสูงพอสมควรที่เดือนละ 233,600¥ สำหรับอาชีพเหล่านี้ เรทนี้รวมค่าตอบแทนทางวิชาชีพทุกอย่างแล้ว

สำหรับแรงงานที่มีใบอนุญาต 介護士 และ 介護職員初任者研修  หักภาษีทุกอย่างแล้วก็น่าจะเหลืออยู่ประมาณไม่ต่ำกว่า 180,000¥ หรือสูงต่ำใกล้เคียง คนไทยที่สนใจ เตรียมไปหาเรียนเอาใบประกาศนียบัตรมาเตรียมไว้เลย

ข้อมูล : Thanakorn Jaisuksakuldee

Read more...

ชีวิตดราม่าของชาวต่างชาติที่แอบทำงานและใช้ชีวิตในญี่ปุ่น ตอนที่ 2

No automatic alt text available.

ตอนที่ 2 ตอนจบรายงานมาจากนครฟุคุโอกะ นครแห่งความสุขและความอุดมสมบูรณ์ เมืองหลวงแห่งเกาะคิวชู เก้ามณฑลอันสวยงาม คุณ Breze ชาวแคเมอรูน วัย 35 ปี เขามีภรรยาคนญี่ปุ่นจึงได้รับการพิจารณาให้วีซ่าครอบครัวในปี 2016 ภายหลังจากที่เขาแต่งงานได้ 5 ปี และใช้เวลาถึง 4 ปีหลังจากที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากสถานกักกันเมืองโอมุระ จังหวัดนางาซากิ

ในระหว่างที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวนาย Breze ได้รับการช่วยเหลือทางด้านการเงินจากภรรยาและแม่ยายชาวญี่ปุ่น เขามีปัญหาทางด้านการเมืองในบ้านเกิดและเดินทางมาญี่ปุ่น เขาอยู่เกินวีซ่าและแอบลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมาย เขาให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าคิดจะอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นก็ต้องทำงานให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นล่ะ อย่าเอาผมไปรวมกับพวกอาชญากรรมเลยนะ

เจ้าหน้าที่นิวคังนครฟุคุโอกะให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนใหญ่พวกเขาก็มาทำงานตามฟาร์มการเกษตรบ้าง โรงงานอุตสาหกรรมบ้างก็มี โรงงานแปรรูปอาหาร ธุรกิจขนาดกลางและเล็กต่างๆในท้องถิ่นที่ขาดแคลนแรงงานนั่นแหละ มีไม่น้อยที่ได้รับการปฏิบัติอย่างโหดร้ายเนื่องจากไม่มีวีซ่าทำงาน บางคนถูกกดค่าแรงต่ำสุด ถูกนายหน้าเถื่อนรีดไถเงิน ถูกกดขี่สารพัดอย่างนั่นเลยล่ะครับ

ในอนาคตปี 2030 รัฐบาลญี่ปุ่นคาดว่าจะมีแรงงานหายไปจากระบบสูงถึงกว่า 700,000 คน ดังนั้นภายในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า รัฐบาลจึงต้องเร่งมือแก้ไขกฎหมายเพื่ออนุญาตให้แรงงานชาวต่างชาติสามารถเข้ามาทำงานได้ในสาขาต่างๆถึง 20 สาขา อาทิเช่น การเกษตร ประมง โรงแรม การอภิบาลคนสูงอายุ การก่อสร้างเอย ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติสามารถทำงานและใช้ชีวิตในญี่ปุ่นได้ถึง 5 ปี โดยมีเงื่อนไขรายละเอียดต่างๆอีกตามสมควร

ทางด้านเครือข่ายองค์กรที่ดูแลทางด้านการอยู่อาศัยในญี่ปุ่นของชาวต่างชาติบอกกับพวกเราว่า ในสมัยก่อนรัฐบาลไม่เคยเปิดให้แรงงานชาวต่างชาติสามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบที่ถูกต้องอย่างเป็นทางการนั่นเอง ทำให้ระบบการพำนักก็ไม่มีความชัดเจน และนั่นทำให้คนที่พำนักอาศัยอย่างไม่ถูกต้องมีจำนวนตกค้างมากมาย พวกเขาต้องการการเยียวยาทางด้านเศรษฐกิจ และตราบใดที่พวกเราชาวญี่ปุ่นมองว่าพวกเขาว่าเป็นแค่ แรงงาน เท่านั้น ถ้าไม่มองว่าพวกเขาเป็น คน ปัญหาก็ไม่มีทางจบสิ้นหรอก

หมายเหตุ ข้อมูลตัวเลขปัจจุบัน ณ วันที่ 1 มกราคม ปี 2018 มีจำนวนชาวต่างชาติที่พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายในญี่ปุ่นสูงถึง 66,498 คน

https://www.nishinippon.co.jp/amp/nnp/anatoku/article/450676

 
Read more...

ชีวิตดราม่าของชาวต่างชาติที่แอบทำงานและใช้ชีวิตในญี่ปุ่น ตอนที่ 1

เรื่องของชาวต่างชาติที่แอบทำงานและใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่น อ่านแล้วหวังว่าชาวไทยทุกท่านจะเกิดดวงตาเห็นธรรม ทั้งคนที่อยู่ในญี่ปุ่นแบบผิดกฎหมาย และคนที่มีวีซ่าถาวรแต่ชอบทำผิดกฎหมายเป็นประจำ 

สำนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่ง ได้รับจดหมายร้องเรียนเป็นจำนวนมาก จากผู้ต้องขังที่ถูกควบคุมตัวไว้ที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสาขาเมืองโอมุระ จังหวัดนางาซากิ เนื้อหาในจดหมายร้องเรียนว่า การควบคุมตัวพวกเขาไว้เป็นเวลานานทำให้พวกเขาต้องพลัดพรากจากครอบครัว เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของพวกเขา

ความจริงแล้วเรื่องนี้เราสามารถมองว่าพวกเขาทำตัวเองก็ได้ เพราะพวกเขาไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมายนั่นเอง แต่เมื่อหันไปมองในอีกมุมหนึ่งที่ว่าพวกเขาต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของแรงงานต่างชาติที่เข้ามาช่วยญี่ปุ่นทำงานทดแทนแรงงานที่กำลังขาดแคลนอย่างหนักก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ

ฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ( 2019 ) รัฐบาลมีแผนการที่จะปลดล็อคการห้ามรับแรงงานชาวต่างชาติในหลายๆสาขาเข้าทำงานอย่างเป็นทางการ แล้วอย่างนี้สถานการณ์การจ้างงานชาวต่างชาติจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างนะ

Image may contain: 1 person, sleeping

ในซองจดหมายที่เราได้รับมีรูปถ่ายของครอบครัวแนบมาด้วยมากมายหลายแผ่น พวกเขาบอกว่า คิดถึงครอบครัวมาก ความจริงแล้วผู้ต้องขังในศูนย์กักกันชาวต่างชาติเมืองโอมุระ ประมาณ 44 คนจาก 100 คนมีครอบครัวในญี่ปุ่น อย่างเช่น คุณ Lugia ชาวอูกันดาวัย 39 ปีก็เป็นหนึ่งในนั้น ตอนอยู่ประเทศอูกันดาเขาเคยเข้าร่วมกิจกรรมการต่อต้านรัฐบาล ในปี 2005 จากการช่วยเหลือของเพื่อนทำให้เขาสามารถเดินทางมายังญี่ปุ่นด้วยวีซ่าท่องเที่ยว

Image may contain: sky, text and outdoor

เขาแอบทำงานและใช้ชีวิตอย่างผิดกฎหมายอยู่ในญี่ปุ่นนานถึงสิบปี หลังจากนั้นเขาถูกจับกุมตัวในข้อหาพำนักอย่างผิดกฎหมายและถูกคำสั่งให้เนรเทศกลับประเทศ เขาปฏิเสธการกลับประเทศโดยให้เหตุผลว่า ถ้ากลับอูกันดาผมถูกฆ่าแน่นอน เพราะคนของรัฐบาลหมายหัวเขาไว้แล้ว ดังนั้นเมื่อคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนแล้ว นีวคังจึงปล่อยตัวเขาชั่วคราว หลังจากนั้นในปีที่ 11 เขาได้พบรักกับภรรยาชาวญี่ปุ่นที่เมืองมัตสึยามะ จังหวัดเอฮิเมะ

หลังจากแต่งงานได้ไม่นานภรรยาได้ให้กำเนิดลูกชายให้เขา แต่ตัวเขาก็ยังไม่มีวีซ่า อย่างถูกต้อง เดือนมิถุนายนปีที่แล้วตอนที่ลูกชายของเขาอายุครบหนึ่งขวบพอดี เขาต้องเข้ารายงานตัวต่อสถานกักกันอีกครั้งปรากฎว่า อายุของการปล่อยตัวชั่วคราวขาดไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงถูกควบคุมตัวไปกักขังไว้อีกครั้งต่อหน้าลูกเมีย

ภรรยาให้สัมภาษณ์กับเราว่า ลูเกียรักลูกชายของเขามาก ลูกชายเองก็รอเขากลับบ้านทุกวัน บางวันก็พยายามมองหาว่าพ่อซ่อนตัวอยู่ที่ใต้เตียงหรือเปล่า พอมองดูรูปถ่ายของครอบครัวแล้วเธอถึงกับน้ำตาไหล เราแค่อยากอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกสามคนเท่านั้นเอง เธอกล่าวทั้งน้ำตา

นิวคังบอกกับพวกเราว่า การกักกันระยะยาวหกเดือนมีเพิ่มขึ้นมากในขณะนี้ ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า กรณีของคุณลูเกียมีมากจริงๆเพราะเราไม่สามารถที่จะปล่อยตัวชั่วคราวได้อีกต่อไป นอกจากนั้นยังมีจำนวนถึง 64% ที่จะถูกกักกันไว้นานถึงหนึ่งปี

ชาวต่างชาติที่มีครอบครัวในญี่ปุ่นมีสิทธิ์ที่จะได้รับการออกวีซ่าให้เป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องเฝ้าระวังการแต่งงานแบบปลอมๆหรือการจ้างแต่งงานเพื่อเอาวีซ่าด้วย นอกจากนั้นคู่สมรสที่มีวีซ่าถาวรแต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ทำผิดกฎหมายอย่างซ้ำซากวนเวียนไปมาหลายครั้ง ในกรณีอย่างนีจะถูกเพิกถอนวีซ่าถาวรอย่างแน่นอนเลยล่ะครับ !!

การมีครอบครัวอยู่ในญี่ปุ่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้รับสิทธิพิเศษแต่อย่างใด ผู้ที่ทำผิดกฎหมายแบบนี้ ตามหลักการเบื้องต้นแล้วต้องถูกเนรเทศกลับประเทศ เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมกล่าวกับพวกเรา

https://www.nishinippon.co.jp/amp/nnp/anatoku/article/450676

Read more...

ปรากฏการณ์ข่าวถ้ำหลวงจากสื่อญี่ปุ่น ช่อง NTV

คลิปจากรายการ Sukkiri ออกอากาศวันที่ 4 ก.ค.2018 ช่อง NTV นับว่าเป็นปรากฏการณ์ข่าวไทยในรายการญี่ปุ่นเลยค่ะ เพราะได้รับความสนใจในวงกว้างเป็นอย่างมากที่ประเทศญี่ปุ่น

 

ข้อมูลจากเพจ : ญี่ปุ่นเบาเบา

Read more...